วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552

PostHeaderIcon BitTorrent (BT) คืออะไร?

Bittorrent เป็นมาตรฐาน P2P (peer to peer) ที่ใช้เพื่อรับส่งไฟล์ระหว่างผู้ใช้ Internet ด้วยกัน เครื่องผู้ใช้จะติดต่อกับเครื่องของผู้ใช้อื่นเพื่อรับส่งชิ้นส่วนของไฟล์ จะมีเครื่องมือหนึ่ง หรือ โปรแกรม (เรียกว่า Tracker) ทำหน้าที่เป็นตัวจัดระบบการสื่อสารระหว่างผู้ใช้เหล่านั้น(peers) ตัว Tracker จะทำหน้าที่จัดการเท่านั้น จะไม่มีข้อมูลของไฟล์ที่รับส่ง

ดังนั้น Tracker จึงไม่ต้องมีเน็ตที่แรงเพราะไม่ได้รับส่งไฟล์เอง สิ่งที่ทำให้ BT อยู่ได้ก็คือหลักการที่ผู้ใช้ควรจะส่งไฟล์ขณะเดียวกับที่รับไฟล์ หากมีผู้ใช้มากก็จะเร็วมาก การทำงานของ BT ก็คือการหั่นไฟล์นึงเป็นหลายๆ ส่วน แล้วส่งคนละส่วนไปยังผู้รับหลายคน พอผู้รับเหล่านั้นได้รับส่วนเหล่านั้นก็จะสามารถรับส่งกันเองเพราะต่างกันต่างมีชิ้นส่วนที่คนอื่นไม่มี ทำให้ไม่ต้องพึ่งผู้ส่งผู้เดียว
BT เป็นการรวมคนปล่อย และคนดูด ไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง เข้ามารวมไว้ด้วยกัน
จะมีการติดต่อตามจำนวนคนที่แชร์ไฟล์นั้นอยู่ คือ 1 ไฟล์ จะมีหลาย Connection ทำให้มีความเร็วสูง
แบบเดิมจะรับไฟล์ได้จากคนปล่อยเพียงคนเดียว ส่วน BT ก็จะรับไฟล์จากคนปล่อยได้หลายคน
ลักษณะการส่งจะเป็นแบบส่งต่อ คือคนที่ได้รับไฟล์แล้วก็จะส่งไฟล์ต่อไปให้คนที่ยังไม่ได้อีกที
คือแทนที่จะเป็นคนรับอย่างเดียว ก็จะเป็นทั้งรับ และปล่อย ไปพร้อมๆกัน เวลารุมดูดไฟล์พร้อมกันจึงไม่ช้า
เหมาะกับการแชร์ไฟล์ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 10M ขึ้นไปจนถึง 10G หรือมากกว่านี้
Bittorrent แบ่งเป็นส่วนสำคัญอยู่ 3 ส่วนคือ

1. Tracker Client คือ Application ที่ใช้ในการ Download/Upload File Bittorrent ซึ่งมีหลายโปรแกรม แต่ล่ะโปรแกรมก็มีความแตกต่างกัน เพียงแค่ interface เพราะโปรแกรมเหล่านี้ทำหน้าที่download/upload file torrent นั้นเอง

2.Tracker Server คือแม่ข่ายทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างระหว่าง Client และทำหน้าที่เก็บรวบรวม Torrent File ไว้

3.Torrent File คือตัวสำคัญในการรับ-ส่ง Share File กัน เพราะ Torrent File นี้จะถูก Generate File ขึ้น โดยจะต้องมีการกำหนด URL ของ Tracker Server ที่ผู้ส่งจะต้องไปเป็นคนระบุไว้
และ รูปแบบประเภทของ File นั้นๆ
การทำงานของ Bittorrent จะต้องมีทั้ง 3 ข้อนี้ ถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง โครงข่ายนี้จะไม่สมบูรณ์ทันที และถ้าโครงข่ายของ Bittorrent นี้ถ้ามีผู้เข้ามาร่วมโครงข่ายนี้เยอะเท่าไหร่ การ Tranfer File ก็มีสูงยิ่งขึ้น
ดังนั้น Torrent ไฟล์ที่เก็บค่าข้อมูลตัวไฟล์จริงๆ ในความหมายนั้นคือ ไฟล์ขนาด 100MB พอสร้างเป็นไฟล์ *.torrent จะเหลือเพียงไม่กี่สิบ kb เท่านั้น ฉะนั้นแล้ว *.torrent มีหน้าที่แค่เพียงเก็บข้อมูลต่างๆเท่านั้นเอง เช่น เก็บรายชื่อไฟล์ตัวจริง, เก็บข้อมูลชิ้นส่วนขนาดไฟล์, ชื่อผู้สร้างไฟล์ทอเร้นท์ขึ้นมา

Tracker คืออะไร?
Tracker คือ เครื่องมือ หรือ โปรแกรมในเน็ตที่ทำหน้าที่จัดการประสานการระหว่างผู้ที่ต่อเข้า BitTorrent เมื่อคุณเปิดไฟล์ torrent ตัว client ก็จะติดต่อกับ tracker (ที่ระบุใน torrent) เพื่อขอรายชื่อผู้ที่อยู่ใน swarm ของไฟล์นั้นๆในปัจจุบัน ตัว tracker จะรู้ว่าสมาชิกของ swarm มีชิ้นส่วนไหนของไฟล์รวมทั้งสถานะของสมาชิกแต่ละคน หาก tracker เกิดขัดข้องก็จะไม่สามารถเริ่มโหลดไฟล์นั้นได้ แต่หากโหลดอยู่แล้วก็สามารถโหลดต่อได้

Tracker จะมี 2 แบบคือ
1.ระบบปิด ต้องเป็น Member คิด Ratio ส่วนมากจะเป็นระบบนี้ ข้อดีโหลดได้ไว คิด Ratio ทำให้คนอยากปล่อย
2.ระบบเปิด ไม่ต้องเป็น Member ไม่คิด Ratio เช่น Suprnova.org ข้อเสีย ปลิงเยอะ โหลดช้า


Seeders และ Leechers คืออะไร
Seeder เรียกง่ายๆ ว่า "ผู้แจก" มีหน้าที่แจกไฟล์ หรือ Upload เท่านั้น ไม่สามารถ Download ได้

Leecher เรียกง่ายๆ ว่า "ผู้โหลด" หรือ ตามคำแปลครับ "ปลิง" มีหน้าที่ดูดอย่างเดียว พร้อมกันนั้นทำหน้าที่แจกไฟล์ที่โหลดมาเสร็จแล้วบางส่วนไปในตัวด้วย ซึ่ง Torrent จะทำหน้าที่ในการแยกไฟล์ใหญ่ๆ ไฟล์หนึ่งออกเป็นหลายๆ ชิ้นด้วยกันเรียกได้ว่า Pieces

- ขณะที่คุณกำลัง Upload หรือ เป็นต้น seeder คนแรก ไม่ควร Leech ไฟล์อื่นๆ ควรจะรอให้คนอื่นๆ สามารถ Download จากคุณได้ครบ 100% ซะก่อน นอกจาก/หรือ มีผู้อื่นขยับฐานะจาก Leechers เป็น seeders ช่วยคุณก่อน แล้วจึงเริ่ม Download ไฟล์อื่นที่ต้องการ
- ขณะที่คุณทำหน้าที่เป็น Seeder นั้น คุณควรแจกไฟล์ หรือ ทำหน้าที่เป็น "ผู้แจก" ที่ดีให้ในปริมาณที่เท่าๆ กับที่คุณโหลด (Leech) มาจากคนอื่นๆ เช่น หากคุณโหลดมา 700MB คุณควรจะเปิดค้างไว้ปล่อยให้ทำการ Seed ต่อไปจนถึง 700MB เท่าๆ กับที่คุณโหลดมา
Ratio คืออะไร ทำไมต้องมี

Raito คือ ค่า Upload หาร Download = Ratio
เช่น หากค่า Upload ของคุณมีค่า 700 MB ค่า Download ของคุณมีค่า 900 MB
ให้นำ 700 หาร 900 จะได้ Raito = 0.875 (หรือ 87.5%)
นั่นคือคุณมีแต้มทั้งหมด 0.875 แต้ม เพื่อใช้ในการ Download ตามเงื่อนไขของ Tracker

ที่ต้องมี Ratio ก็เพื่อป้องกันปลิง(มาดูดอย่างเดียวไม่ยอมปล่อยให้คนอื่น)
ถ้ามีปลิงมากๆ ก็จะคล้าย P2P แบบเดิมคือมีแต่คนดูด ไม่มีคนปล่อย ทำให้โหลดไฟล์กันได้ช้ามากๆ
ส่วนมาก Tracker จะกำหนดต้องมี Ratio มากกว่า 0.3-0.5 ถึงจะสามารถโหลดไฟล์ใหม่ได้
Ratio ที่ดีคือ 1 หรือใกล้เคียง หมายความว่าคุณโหลดไฟล์มาเท่าไหร่ ก็ส่งต่อให้คนอื่นเท่านั้น

Bittorrent มีอะไรให้ดาวน์โหลดบ้าง?
มันก็ขึ้นอยู่กับผู้แชร์ว่าจะอัพโหลดอะไรขึ้นไปบ้างเพื่อแบ่งปันกับคนอื่น แต่ที่พบพานมาก็มีทุกๆประเภท ไม่ว่าจะเป็นเพลง, ละคร, ภาพยนตร์, การ์ตูน, โปรแกรม, อีบุ๊ค,
หนังสารคดีชีวิต ฯลฯ
เล่นเนต High Speed ควรเล่น Bittorrent เป็นอย่างยิ่ง!!
เพราะจะได้คุ้มค่าเงินที่คุณเหมาจ่ายไปยังไง
อัตราการดาวน์โหลดไฟล์โดยเฉลี่ยคิดดังนี้
256/128KBPS (สภาวะดาวน์โหลด/อัพโหลด) คิดความเร็วให้ทำการหารด้วย 8 จะได้ราวๆ 32KB/16KB ต่อ วินาที
512/256KBPS (สภาวะดาวน์โหลด/อัพโหลด) คิดความเร็วให้ทำการหารด้วย 8 จะได้ราวๆ 64KB/32KB ต่อ วินาที
1024/512KBPS (สภาวะดาวน์โหลด/อัพโหลด) คิดความเร็วให้ทำการหารด้วย 8 จะได้ราวๆ 128KB/64KB ต่อ วินาที
2048/512KBPS (สภาวะดาวน์โหลด/อัพโหลด) คิดความเร็วให้ทำการหารด้วย 8 จะได้ราวๆ 256KB/64KB ต่อ วินาที

* ความเร็วอาจจะได้มากหรือน้อยกว่านี้ก็เป็นได้ครับ ไม่แน่นอน...
ศัพท์น่าเรียนรู้สำหรับการใช้งานเวบแทรคเกอร์ (เวบผู้ให้บริการดาวน์โหลดทอเร้นท์)

PostHeaderIcon 5 เคล็ดไม่ลับประหยัดค่าโทรมือถือ ที่ใครๆ ก็ทำได้

1. อย่าลืมข้อดีของโทรศัพท์บ้าน :
การโทรโดยใช้โทรศัพท์บ้านถือว่าเป็นหนทางที่ช่วยประหยัดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหากต้องการโทรศัพท์เข้าไปยังหมายเลขโทรศัพท์บ้านด้วยกัน (ในพื้นที่เดียวกัน) หรือหมายเลขโทรศัพท์ PCT จะคุยนานแค่ไหนก็จ่ายแค่ 3 บาทต่อครั้งเท่านั้น

2. ลองเปลี่ยนไปใช้ระบบเติมเงิน :
การเปลี่ยนจากการใช้โปรโมชั่นประเภทเหมาจ่ายรายเดือน กับพฤติกรรมการใช้งานของบางคนอาจจะไม่ค่อยเหมาะสมหรือคุ้มเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะผู้ที่โทรน้อย หรือผู้ที่มักจะลืมจ่ายค่าบริการรายเดือนอยู่เป็นประจำ ลองเปลี่ยนมาใช้แบบจ่ายก่อน โทรทีหลังบ้าง อาจจะช่วยให้สามารถหวนคิดถึงค่าโทรได้มากขึ้น เมื่อถึงเวลาที่เงินหมด และต้องเติมเงินใหม่

3. เลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของตนเอง :
การเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของตนเอง นับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ อาจจะไม่ใช่ว่าต้องเลือกโปรโมชั่นที่มีราคาถูกที่สุด เพราะหากเป็นผู้ที่ต้องโทรออกมากๆ ก็อาจจะกลายเป็นว่าต้องเสียค่าบริการมากกว่าที่ควรจะเป็นเสียอีก เพราะโปรโมชั่นถูกๆ มักจะเหมาะกับผู้ที่ใช้โทรออกน้อย เน้นรับสายมาก ดังนั้นจึงต้องดูว่าตนเองมีพฤติกรรมการใช้งานเป็นอย่างไรเสียก่อน แล้วจึงเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมที่สุดอีกครั้งหนึ่ง

4. หมั่นตรวจสอบยอดการโทรอยู่อย่างสม่ำเสมอ :
การหมั่นตรวจสอบยอดการโทรอยู่อย่างสม่ำเสมอนับว่าเป็นเรื่องที่สมควรทำสำหรับผู้ใช้บริการเครือข่ายทุกคน เนื่องจากจะได้สามารถตรวจสอบได้ว่าจนถึงขณะนั้น ได้มีการใช้บริการอะไรไปเท่าไหร่บ้างแล้ว หรือเหลือโปรโมชั่นให้ใช้ได้อีกเท่าไหร่ จะได้มีการวางแผนการใช้งานล่วงหน้าได้อย่างทันท่วงที

5. ยิงเบอร์ คำตอบสุดท้ายสำหรับบางคน :
การยิงเบอร์ หรือการโทรไปยังหมายเลขที่ต้องการให้มีสัญญาณเรียกเข้าระยะสั้นๆ (พยายามไม่ให้ผู้รับทำการกดปุ่มรับสายได้ทัน) ซึ่งมักจะนิยมใช้กันสำหรับผู้ที่ใช้ระบบเติมเงินอยู่ แล้วก็มักจะใช้กันในหมู่เพื่อนฝูงที่สนิทสนม คนรัก หรือพ่อแม่ญาติพี่น้อง ซึ่งวิธีนี้คงจะไม่สามารถใช้กันได้บ่อยๆ ให้ใช้เวลาจำเป็นเท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะส่งผลร้ายต่อความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้างได้เลยทีเดียว

จริงๆ แล้วมีวิธีอีกวิธีหนึ่งที่ไม่อยากแนะนำ เนื่องจากอาจจะดูเป็นพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีนัก นั่นคือการยืมเครื่องของผู้อื่นมาโทรเสียเลย โดยการอ้างเหตุผลต่างๆ นานา เช่น แบตหมด เครื่องเสีย โปรโมชั่นหมด ไม่มีสัญญาณ เครื่องมือถือเจ๋งดีอยากลองใช้ เงินหมด หรือ ลืมเอามือถือมา เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น และนานๆ ที ก็คงจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น และทำอยู่บ่อยๆ ก็คงจะโดนคนรอบข้างตีตัวออกห่างไปอย่างแน่นอน

PostHeaderIcon มือถือย้อมแมว หรือไม่ย้อมแมว เบื้องต้นจะสังเกตกันได้อย่างไร

มือถือย้อมแมวเป็นที่รู้กันว่าคือมือถือที่ทางร้านที่ไม่ประสงค์ดี เอาเครื่องเก่าที่ใช้งานแล้วมาทำให้ดูเหมือนเป็นเครื่องใหม่มือ 1 แล้วมาหลอกขายว่าเป็นเครื่องใหม่มือ 1 ซึ่งความเสี่ยงที่เครื่องนั้นจะมีปัญหาในการใช้งานก็ค่อนข้างมาก เนื่องจากแท้จริงเป็นเครื่องที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว

เพราะฉะนั้นทางที่ดี ในเบื้องต้น ก่อนซื้อก็ควรจะดูว่าเครื่องมีสติ๊กเกอร์รับประกันจากศูนย์โดยตรงหรือไม่ เพราะหากไม่มีสติ๊กเกอร์รับประกันจากศูนย์ ก็ไม่สามารถรู้ถึงที่มาที่ไปของเครื่องนั้นได้เลย จากนั้นก็ดูตามขั้วต่อต่างๆ เช่นขั้วแบตเตอรี่ หรือที่ชาร์จไฟ รวมถึงแผงวงจร โดยอาจจะลองถอดแบตเตอรี่ออกมา แล้วมองเข้าไปด้านใน โดยมองในหลายๆ มุม ถ้าเป็นเครื่องใหม่มือ 1 จริงๆ ก็จะไม่มีร่องรอยของฝุ่น คราบสกปรก หรือคราบออกไซด์ติดอยู่ หลังจากนั้นหากเป็นรุ่นที่สามารถแกะหน้ากากออกมาได้ ก็ให้ดูที่แผงปุ่มกดว่าผ่านการใช้งานมาแล้วหรือไม่ และดูน็อตว่ามีร่องรอยการงัดแงะหรือการไขหรือไม่ ที่เหลือก็อาจจะเป็นการสังเกตลักษณะทั่วไป เช่นสีที่เคลือบหน้ากาก หรือตัวเครื่องต้องใหม่เอี่ยมเสมอกัน ไม่มีรอยขีดข่วน หรือมีการหลุดลอก เพียงเท่านี้ ก็พอทำให้มั่นใจในระดับหนึ่งแล้วว่า เครื่องที่เห็นอยู่นั้น ไม่ใช่เครื่องย้อมแมวนำมาหลอกขายอย่างแน่นอน

PostHeaderIcon ล่วงรู้กับพาสเวิร์ด MMC การ์ด บนมือถือคุณ

คุณคงเคยคิดว่า เมื่อเราตั้งรหัสผ่านเพื่อไม่ให้ใครเห็นและร่วงรู้ความรับของคุณแต่กับกล้ายคุณลืมมันซะเอง ทำไงดีหล่ะที่นี่
เราจึงนำวิธีการที่ล่วงรู้ความลับ และเป็นช่องโหว่ของระบบ symbian โดยวิธีการง่ายดังที่จะกล่าว
--------------------------------------------------------------------------------------
อย่างแรกเลย ห้ามลืมใส่ MMC เมื่อคุณใส่แล้วเริ่มกันเลยดีกว่า อย่างแรกให้เข้าไปในเมนู Tools ตามด้วย Memory แล้วก็เลือก Option จากนั้นคุณลองใส่รหัสอะไรเล่นๆ หรือไม่ก็
ให้ใครที่ไม่รู้จักใส่ก็ได้ (จะได้หายไปทั้งมือถือทั้งรหัสเลย) ใครก็ได้น่ะครับ
ขั้นที่สอง ต้องมีการติดตั้งโปรแกรม Explorer บนมือถือ อย่างเช่น SeleQ หรือ Fileman แต่ผมใช้ SeleQ คุณก็สามารถหาโหลดได้ที่ www.geo-mobile.com เมื่อทำการติดตั้งแล้วก็เข้า
ไปที่ไดรฟ์ C จากนั้นเลือก Option แล้วเลือก Find... จากนั้นให้พิมพ์ว่า MMCSTORE แล้วกด OK
ขั้นตอนสุดท้าย
ทำการเปิดโปรแกรม Notepad แล้วเปิดไฟล์ MMCSTORE ที่โพลเดอร์ Bluetooth Exchange Forder อยู่ใน My Document จากนั้นก็เลือก File of type เป็น All files ไฟล์ MMCSTORE
จะปรากฎขึ้นมา แล้วเลือก Open รหัสของคุณก็จะมา...

**และก็ระมัดระวังกันหน่อยน่ะ สำหรับเพื่อนๆที่ขี้หลงขี้ลืม แล้วเดียวจะสบายได้ซื้อของใหม่โดยใช้ได้ไม่กี่วัน.......

PostHeaderIcon รูปแบบของไฟล์วีดีโอมาตรฐาน และนิยมใช้กันในโทรศัพท์มือถือมี

ความสามารถในการเปิดรับชมไฟล์วีดีโอในโทรศัพท์มือถือ มักจะถูกใส่ไว้ในโทรศัพท์มือถือราคาแพงรุ่นใหม่ๆ เนื่องจากจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความบันเทิงด้านภาพและเสียงแบบเคลื่อนที่ ภายในโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ เพียงเครื่องเดียว ซึ่งในปัจจุบันนั้นก็จะมีรูปแบบของไฟล์วีดีโออยู่หลายประเภท และที่เป็นมาตรฐาน หรือนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ก็จะมีอยู่ 3 ประเภทดังต่อไปนี้

MPEG4 : เป็นรูปแบบของไฟล์วีดีโอที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ไม่เฉพาะแค่โทรศัพท์มือถือเท่านั้น ยังรวมไปถึงอุปกรณ์อิเลคทรอนิก หรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันทั่วไปอีกด้วย เนื่องจากมีการบีบอัดข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ มีขนาดของไฟล์ที่พอเหมาะ อย่างเช่นในโทรศัพท์มือถือที่สามารถถ่ายภาพวีดีโอได้ ก็มักจะถ่ายแล้วเก็บไว้ในรูปแบบของ MPEG4 เป็นส่วนใหญ่

3GP : อาจจะเรียกว่าเป็นมาตรฐาน H263 ซึ่งกำหนดขึ้นมาโดยหน่วยงาน 3GPP (3G Partnership Program) ที่เป็นหน่วยงานที่คอยดูแลและวางข้อกำหนดต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานของการสื่อสารในระบบแบบ 3G ซึ่งในอนาคต คาดว่าไฟล์วีดีโอรูปแบบนี้จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเนื่องจากมีการตกลงร่วมกันระหว่างระบบเครือข่ายต่างๆ ไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น GSM, CDMA, WCDMA, CDMA 2000 1X เป็นต้น

RM : หรือที่รู้จักกันในนาม RealMedia ถือว่าเป็นรูปแบบของไฟล์วีดีโอที่บีบอัดแล้ว มีคุณภาพที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรูปแบบข้างต้นที่กล่าวมา ด้วยเทคโนโลยี Helix สำหรับการเข้ารหัสไฟล์ ทำให้ไฟล์วีดีโอมีคุณภาพสูง โดยเฉพาะถ้าเป็นเวอร์ชันใหม่ๆ ก็จะยิ่งมีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมพอสมควรเลยทีเดียว

PostHeaderIcon วิธีแก้อาการจอฟ้าสำหรับวินโดว์

1.(stop code 0X000000BE) Attempted Write To Readonly Memory
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจากการลง driver หรือ โปรแกรม หรือ service ที่ผิดพลาด เช่น ไฟล์บางไฟล์เสีย ไดร์เวอร์คนละรุ่นกัน ทางแก้ไขให้ uninstall โปรแกรมตัวที่ลงก่อนที่จะเกิดปัญหานี้ ถ้าเป็นไดร์เวอร์ก็ให้ทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวเก่ามาใช้ หรือ หาไดร์เวอร์ที่ล่าสุดมาลง (กรณีที่มีใหม่กว่า) ถ้าเป็นพวก service ต่างๆที่เราเปิดก่อนเกิดปัญหาก็ให้ทำการปิด หรือ disable ซะ

2.(stop code 0X000000C2) Bad Pool Caller
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
ตัวนี้จะคล้ายกับตัวข้างบน แต่เน้นที่พวก hardware คือเกิดจากอัฟเกรดเครื่องพวก Hardware ต่าง เช่น ram ,harddisk การ์ดต่างๆ ไม่ compatible กับ XP ทางแก้ไขก็ให้เอาอุปกรณ์ที่อัฟเกรดออก ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ให้ลงไดร์เวอร์ หรือ อัฟเดท firmware ของอุปกรณ์นั้นใหม่ และคำเตือนสำหรับการจะอัฟเดท ให้ปิด anti-virus ด้วยนะครับ เดียวมันจะยุ่งเพราะพวกโปรแกรม anti-virus มันจะมองว่าเป็นไวรัส

3.(stop code 0X0000002E) Data Bus Error
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจากการส่งข้อมูลที่เรียกว่า BUS ของฮาร์ดแวร์เสียหาย ซึ่งได้แก่ ระบบแรม ,cache L2 ของซีพียู , เมมโมรีของการ์ดจอ, ฮาร์ดดิสก์ทำงานหนักถึงขั้น error (ร้อนเกินไป) และเมนบอร์ดเสีย

4.(stop code 0X000000D1)Driver IRQL Not Less Or Equal
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการไดร์เวอร์กับ IRQ(Interrupt Request ) ไม่ตรงกัน การแก้ไขก็เหมือนกับ error ข้อที่ 1

5. (stop code 0X0000009F)Driver Power State Failure
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจาก ระบบการจัดการด้านพลังงานกับไดรเวอร์ หรือ service ขัดแย้งกัน เมื่อคุณให้คอมทำงานแบบ"hibernate" แนวทางแก้ไข ถ้าวินโดวส์แจ้ง error ไดร์เวอร์หรือ service ตัวไหนก็ให้ uninstall ตัวนั้น หรือจะใช้วิธี Rollback driver หรือ ปิดระบบจัดการพลังงานของวินโดวส์ซะ

6.(stop code 0X000000CE) Driver Unloaded Without Cancelling Pending Operations
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการไดร์เวอร์ปิดตัวเองทั้งๆ ทีวินโดวส์ยังไม่ได้สั่ง การแก้ไขให้ทำเหมือนข้อ 1

7.(stop code 0X000000F2)Hardware Interrupt Storm
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการที่เกิดจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น USB หรือ SCSI controller จัดตำแหน่งกับ IRQ ผิดพลาด สาเหตุจากไดร์เวอร์หรือ firmware การแก้ไขเหมือนกับข้อ 1

8.(stop code 0X0000007B)Inaccessible Boot Device
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้จะมักเจอตอนบูตวินโดวส์ จะมีข้อความบอกว่าไม่สามารถอ่านข้อมูลของไฟล์ระบบหรือ boot partitions ได้ ให้ตรวจฮาร์ดดิสก์ว่าปกติหรือไม่ สายแพหรือสายไฟที่เข้าฮาร์ดดิสก์หลุดหรือไม่ ถ้าปกติดีก็ให้ตรวจไฟล์ boot.ini อาจจะเสีย หรือไม่ก็มีการทำงานแบบmulti OS ให้ตรวจดูว่าที่ไฟล์นี้อาจเขียน config ของ OS ขัดแย้งกัน
อีกกรณีหนึ่งที่เกิด error นี้ คือเกิดขณะ upgrade วินโดวส์ สาเหตุจากมีอุปกรณ์บางตัวไม่ compatible ให้ลองเอาอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นหรือคิดว่ามีปัญหาออก เมื่อทำการ upgrade วินโดวส์ เรียบร้อย ค่อยเอาอุปกรณ์ที่มีปัญหาใส่กลับแล้วติดตั้งด้วยไดร์เวอร์รุ่นล่าสุด

9. (stop code 0X0000007A) Kernel Data Inpage Error
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดมีปัญหากับระบบ virtual memory คือวินโดวส์ไม่สามารถอ่านหรือเขียนข้อมูลที่ swapfile ได้ สาเหตุอาจเกิดจากฮาร์ดดิสก์เกิด bad sector, เครื่องติดไวรัส, ระบบ SCSI ผิดพลาด, RAM เสีย หรือ เมนบอร์ดเสีย

10. (stop code 0X00000077) Kernel Stack Inpage Error
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการและสาเหตุเดียวกับข้อ 9

11.(stop code 0X0000001E) Kmode Exception Not Handled
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดการทำงานที่ผิดพลาดของไดร์เวอร์ หรือ service กับ หน่วยความจำ และ IRQ ถ้ามีรายชื่อของไฟล์หรือ service แสดงออกมากับ error นี้ให้ทำการ uninstall โปรแกรมหรือทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวนั้น
ถ้ามีการแจ้งว่า error ที่ไฟล์ win32k สาเหตุเกิดจาก การ control software ของบริษัทอื่นๆ (Third-party) ที่ไม่ใช้ของวินโดวส์ ซึ่งมักจะเกิดกับพวก Networking และ Wireless เป็นส่วนใหญ่
Error นี้อาจจะเกิดสาเหตุอีกอย่าง นั้นคือการ run โปรแกรมต่างๆ แต่หน่วยความจำไม่เพียงพอ

12.(stop code 0X00000079)Mismatched Hal
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดการทำงานผิดพลาดของ Hardware Abstraction Layer (HAL) มาทำความเข้าใจกับเจ้า HAL ก่อน HAL มีหน้าที่เป็นตัวจัดระบบติดต่อระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟท์แวร์ว่าแอปพลิเคชั่นตัวไหนวิ
่งกับอุปกรณ์ตัวไหนให้ถูกต้อง ยกตัวอย่าง คุณมีซอฟท์แวร์ที่ออกแบบไว้ใช้กับ Dual CPU มาใช้กับเมนบอร์ดที่เป็น Single CPU วินโดว์ก็จะไม่ทำงาน วิธีแก้คือ reinstall วินโดวส์ใหม่
สาเหตุอีกประการการคือไฟล์ที่ชื่อ NToskrnl.exe หรือ Hal.dll หมดอายุหรือถูกแก้ไข ให้เอา Backup ไฟล์ หรือเอา original ไฟล์ที่คิดว่าไม่เสียหรือเวอร์ชั่นล่าสุดก๊อปปี้ทับไฟล์ที่เสีย

13.(stop code 0X0000003F)No More System PTEs
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจากระบบ Page Table Entries (PTEs) ทำงานโดย Virtual Memory Manager (VMM) ผิดพลาด ทำให้วินโดวส์ทำงานโดยไม่มี PTEs ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวินโดวส์ อาการนี้มักจะเกิดกับการที่คุณทำงานแบบ multi monitors

ถ้าคุณเกิดปัญหานี้บ่อยครั้ง คุณสามารถปรับแต่ง PTEs ได้ใหม่ ดังนี้
1. ให้เปิด Registry ขึ้นมาแก้ไข โดยไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์คำสั่ง Regedit
2. ไปตามคีย์นี้ HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetControlSession ManagerMemory Management
3. ให้ดูที่หน้าต่างขวามือ ดับคลิกที่ PagedPoolSize ให้ใส่ค่าเป็น 0 ที่ Value data และคลิก OK
4. ดับเบิลคลิกที่ SystemPages ถ้าคุณใช้ระบบจอแบบ Multi Monitor ให้ใส่ค่า 36000 ที่ Value data หรือใส่ค่า 40000 ถ้าเครื่องคุณมี RAM
128 MB และค่า 110000 ในกรณีที่เครื่องมี RAM เกินกว่า 128 MB แล้วคลิก OK
รีสตาร์ทเครื่อง

14.(stop code 0X00000024) NTFS File System
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้สาเหตุเกิดจากการรายงานผิดพลาดของ Ntfs.sys คือไดร์เวอร์ของ NTFS อ่านและเขียนข้อมูลผิดพลาด สาเหตูนี้รวมถึง การทำงานผิดพลาดของ controller ของ IDE หรือ SCSI เนื่องจากการทำงานของโปรแกรมสแกนไวรัส หรือ พื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เสีย คุณๆสามารถทราบรายละเอียดของerror นี้ได้โดยให้เปิดดูที่ Event Viewer วิธีเปิดก็ให้ไปที่ start > run แล้วพิมพ์คำสั่ง eventvwr.msc เพื่อเปิดดู Log file ของการ error โดยให้ดูการ error ของ SCSI หรือ FASTFAT ในหมวด System หรือ Autochk ในหมวด Application

15.(stop code 0X00000050)Page Fault In Nonpaged Area
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้สาเหตุการจากการผิดพลาดของการเขียนข้อมูลในแรม การแก้ไขก็ให้ทำความสะอาดขาแรมหรือลองสลับแรมดูหรือไม่ก็หาโปรแกรมที่ test แรมมาตรวจว่าแรมเสียหรือไม่

16.(stop code 0Xc0000221)Status Image Checksum Mismatch
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้สาเหตุมาจาก swapfile เสียหายรวมถึงไดร์เวอร์ด้วย การแก้ไขก็เหมือนข้อ 15

17.(stop code 0X000000EA) Thread Stuck In Device Driver
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการของ error นี้คือการทำงานของเครื่องจะทำงานในแบบวนซ้ำๆ กันไม่สิ้นสุด เช่นจะรีสตร์ทตลอด หรือแจ้งerror อะไรก็ได้ขึ้นมาไม่หยุด ปัญหานี้ สาเหตุอาจจะเกิดจาก bug ของโปรแกรมหรือสาเหตุอื่นๆ เป็นร้อย การแก้ไขให้พยายามทำตามนี้
1.ให้ดูที่ power supply ของคุณว่าจ่ายกำลังไฟเพียงพอกับความต้องการของคอมคุณหรือไม่ ให้ดูว่าในเครื่องคุณมีอุปกรณ์มากไปไม่เหมาะกับ power supply ของคุณ ก็ให้เปลื่ยนตัวใหม่ให้กำลังมากขึ้น ปัญหานี้ผมเคยมีประสพการณ์แล้ว 2 ครั้ง คือ
2. ให้คุณดูที่การ์ดจอว่าได้ใช้ไดร์เวอร์ตัวล่าสุด ถ้าแน่ใจว่าใช้ตัวล่าสุดแล้วยังมีอาการ ก็ให้ทำการ Rollback ไดร์เวอร์ตัวก่อนที่จะเกิดปัญหา
3. ตรวจดูการ์ดจอและเมนบอร์ดว่าเสียหรือไม่เช่น มีรอยไหม้, ลายวงจรขาด มีชิ้นสวนบางชิ้นหลุดจากตำแหน่งเดิม เป็นต้น
4. ดูที่ bios ว่าส่วนของ VGA slot เลือกโหมด 4x,8x ถูกตามสเปกของการ์ดหรือไม่
5. เช็คดูที่ผู้ผลิตเมนบอร์ดว่ามีไดร์เวอร์ตัวใหม่หรือไม่ ถ้ามีให้โหลดลงใหม่ซะ
6. ถ้าคุณมีการ์ดแลนหรือเมนบอร์ดของคุณมี on board อยู่ให้ disable ฟังก์ชั่น "PXE Resume/Remote Wake Up" โดยไปปิดที่ BIOS

18. (stop code 0X0000007F) unexpected Kernel Mode Trap
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกับนัก overclock (ผมก็คนหนึ่ง) เป็นอาการ RAM ส่งข้อมูลให้ CPU ไม่สัมพันธ์กันคือ CPU วิ่งเร็วเกินไป หรือร้อนเกินไปสาเหตุเกิดจากการ overclock วิธีแก้ก็คือลด clock ลงมาให้เป็นปกติ หรือ หาทางระบายความร้อนจาก CPU ให้มากที่สุด

19. (stop code 0X000000ED)Unmountable Boot Volume
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการที่วินโดวส์หาฮาร์ดดิสก์ไม่เจอ (ไม่ใช่ตัวบูตระบบ) ในกรณีที่คุณมีฮาร์ดดิสก์หลายตัว หนึ่งในนั้นคุณอาจใช้สายแพของฮาร์ดดิสก์ผิด เช่น ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ 33MB/secound ซึ่งต้องใช้สายแพ 40 pin แต่คุณเอาแบบ 80 pin ไปต่อแทน

PostHeaderIcon 23 โปรแกรมลับใน Windows XP

คุณรู้ไหมครับ ว่า Windows XP มีโปรแกรมซ่อนอยู่ตั้ง 23 โปรแกรม ซึ่งถ้าเราไม่รู้จักมันมาจากการที่จำเป็นต้องใช้มันนั้น เราจะไม่มีทางได้ใช้มันเลย เพราะบางโปรแกรม มันไม่อยู่ใน StartMenu ให้เรากด บางโปรแกรมถึงติดตั้งมาโดยที่เอาออกไม่ได้ บางโปรแกรมเป็นโปรแกรมที่มาจากวินโดว์รุ่นก่อน (ทั้งๆที่ XP ก็มีโปรแกรมนั้นแล้ว) มาดูกันว่า 23 โปรแกรมนั้นมีอะไรบ้าง
วิธีการใช้ก็เข้าที่ Start -> Run -> พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้

charmap.exe = Character Map (มีประโยชน์มากสำหรับใช้พิมพ์อักขระพิเศษ)
cleanmgr.exe = Disk Cleanup (เอาไว้ทำความสะอาดหรือ Clear พื้นที่)
clipbrd.exe = Clipboard Viewer (ดูข้อมูล ในคลิปบอร์ด)
drwtsn32.exe = Dr Watson (โปรแกรมที่ใช้ตัวสอบว่าวินโดว์มีปั*หาเพราะอะไร)
dxdiag.exe = DirectX diagnosis (โปรแกรมตรวจสอบอุปกรณ์ว่า สนับสนุน DirectX หรือไม่ และแสดงรายชื่อไฟล์ที่เกี่ยวข้อง)
eudcedit.exe = Private character editor (โปรแกรมที่อนุ*าตให้เราแก้ไขฟอนต์ หรือทำฟอนต์เองได้)
iexpress.exe = IExpress Wizard (โปรแกรมที่สร้างไฟล์ Setup ของวินโดว์ เอาไว้สำหรับคนที่เขียนโปรแกรมบนวินโดว์)
mobsync.exe = Microsoft Synchronization Manager (โปรแกรมที่คอยเก็บหน้าเว็บ หรือไฟล์บนเครือข่าย เอาไว้ดูตอน offline ได้)
mplay32.exe = Windows Media Player 5.1 (โอ้ Windows Media Player รุ่นคุณปู่)
odbcad32.exe = ODBC Data Source Administrator (โปรแกรมไว้จัดการกับดาต้าเบต)
packager.exe = Object Packager (โปรแกรมที่ใส่พวก Objects ต่างๆ ลงในไฟล์)
perfmon.exe = System Monitor (โปรแกรมนี้ มีประโยชน์มาก ไว้ตัวสอบประสิทธิภาพของวินโดว์)
progman.exe = Program Manager (เชลล์ไฟล์ของวินโดว์ 3.11)
rasphone.exe = Remote Access phone book (โปรแกรมที่เอาไว้ ติดต่อหรือเข้าถึงข้อมูลของสมุดที่อยู่ ในเครื่องอื่น)
regedt32.exe = Registry Editor [เหมือนกับ regedit.exe] (ไว้ใช้สำหรับแก้ไข Registry ของวินโดว์)
shrpubw.exe = Network shared folder wizard (สร้างแชร์โฟดเดอร์บนเครือข่าย)
sigverif.exe = File siganture verification tool (โปรแกรมตรวจสอบ signature ของไฟล์)
sndvol32.exe = Volume Contro (โปรแกรมไว้ปรับระดับเสียงไง อันเดียวกับรูปลำโพงตรง tray icon)
sysedit.exe = System Configuration Editor (โปรแกรมแก้ไข system.ini กะ win.ini)
syskey.exe = Syskey (Secures XP Account database – เป็นโปรแกรมที่ใช้ เข้ารหัส รหัสผ่านของวินโดว์ กรุณาใช้อย่างระมัดระวัง)
telnet.exe = Microsoft Telnet Client (โปรแกรม telnet)
verifier.exe = Driver Verifier Manager (โปรแกรมตรวจสอบ driver ต่างของวินโดว์ ใช้สำหรับคนที่มีปั*หาเรื่องไดร์เวอร์)
winchat.exe = Windows for Workgroups Chat (โปรแกรม chat รุ่นคุณปู่ มีเฉพาะในวินโดว์ ตระกูล

PostHeaderIcon 20 สุดยอด วิธีแก้ปัญหากวนใจชาว Windows

โอ้สวรรค์! เป็นเรื่องดีจริงๆ ที่ระบบ Windowsเป็นอะไรที่ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเลย ปัญหาพวกระบบค้างและบั๊กต่างๆที่มาคอยกวนใจเราชาว XP ก็หาได้ยากยิ่งนัก เอาล่ะ…พอเหอะ!ที่ชาวบ้านเค้าจะเผ่นหนีไปใช้ Linux หรือ OS อื่นๆ กันหมดเพราะพวกเค้าเริ่มทนไม่ได้กับปัญหาเหล่านั้นแล้วล่ะ
จริงๆ แล้วคุณก็พอแก้ปัญหาได้อยู่ใช่มั้ย? คุณมี System Restoreที่ใช้แก้ปัญหาแบบฟันฉับเดียวรักษาทุกโรค หรือถ้าอาการหนักจริงๆ ก็เสกคาถา[F8] ตูมเดียวให้ระบบเลือกบูท Last Known Good Configurationเป็นท่าไม้ตายสุดยอด
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถช่วย ให้คุณจัดการกับเรื่องยุ่งยากทั้งหลายกับ 20 วิธีแก้ปัญหาชิวๆ ที่แม้ไม่สามารถชุบชีวิต PCที่ขึ้นสวรรค์ไปแล้วให้กลับมาได้แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณสุขภาพจิตดีขึ้น บ้างล่ะน่าไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมพังหรือเน็ตเวิร์กทำงานแปลกๆหรือเมื่อระบบไม่ ยอมให้คุณใช้งานใดๆ เรารวบรวมไว้ให้คุณทั้งหมดแล้ว

1. วิธีใช้งาน CHKDISK แบบเร็ว
เมื่อ แน่ใจว่าฮาร์ดดิสก์เกิดอาการเพี้ยนๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการแปลกๆตอนบูทเครื่อง, เปิดโปรแกรมไม่ค่อยขึ้น หรือมีข้อความแปลกๆไม่ได้รับเชิญปรากฎขึ้นมา คงต้องใช้ Chkdsk ที่มากับ Windows XPเพื่อสแกนตรวจหาปัญหาใน sector ของฮาร์ดดิสก์และซ่อมมันให้เรียบร้อยแม้ว่าคุณสามารถเปิดโปรแกรมได้จาก Recovery Consoleแต่ยังมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น เพียงคลิกขวาที่ My Computer แล้วเลือกProperties มองหาช่องที่เขียนว่า Toolsแล้วคุณจะเห็นปุ่มที่ใช้เรียกมันขึ้นมา หากคุณต้องการสแกนไดรฟ์หลักคุณจะต้องสั่งรีบูทเครื่องหลังจากเสร็จสิ้นการส แกนด้ วย

2. ส่ง Error Reporting ไม่ได้
มันเป็นฟังก์ชัน ที่ดีมากๆ ที่ให้เราๆสามารถส่งข้อมูลว่าโปรแกรมไหนเสียยังไงไปให้ Microsoft ได้แต่บางทีฟังก์ชัน Error Reporting ก็เสียซะเองนี่สิมันเป็นเรื่องที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโปรแกรมออนไลน์ ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเกมหรืออินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ก็มักจะมีปัญหาระบบภายใน อยู่บ่อยๆ หากต้องการให้มันหายเป็นปกติก็ใส่ซีดีติดตั้ง XP เข้าไปแล้วพิมพ์คำว่า sfc/scannow ตรงหน้าต่าง Runเท่านี้ก็เรียบร้อย

3. เชื่อมต่อสัญญาณเน็ตเวิร์กไร้สายไม่ได้
หาก คุณไม่สามารถเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กไร้สายได้ทั้งๆ ที่การทำงานของ WiFiก็บอกคุณอยู่โท่งๆ ว่ามันมีสัญญาณเต็มเปี่ยม บางทีปัญหาอาจจะมาจากโปรแกรมWireless Zero Configuration ของอีตา Microsoft ก็ได้ ให้คุณคลิกขวาที่ MyComputer เลือก Manager แล้วขยาย Services and Applications ออกมา ภายใต้Services หาคำว่า Wireless Zero Configuration แล้วดับเบิ้ลคลิกคุณจะมาโผล่ที่แท็บ General สั่ง Stop เพื่อหยุดการทำงานของมันรอสักครู่แล้วสั่งเปิดการทำงานของมันใหม่ driverอุปกรณ์ไร้สายน่าจะทำงานถูกต้องแล้ว และคุณก็น่าจะเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว

4. ลืมรหัสผ่าน ทำไงดี?
หาก คุณทำรหัสผ่านของ User Account หาย รีบูทเข้า Safe Mode เลือก log onuser เป็น Administrator ปกติ account นี้จะถูกซ่อนอยู่(ซึ่งคุณจะได้สิทธิ์และอำนาจเป็นผู้ดูแลระบบ) และหากคุณไม่เคยสร้างaccount นี้ตอนติดตั้ง XP ก็กดเข้าไปได้เลย ไม่ต้องใส่รหัสผ่านจากนั้นเปิด Control Panel แล้วสั่ง reset the User Account passwordsเท่านี้ก็เรียบร้อย

5. ป้องกันการติดตั้ง driver
หาก คุณต้องการเก็บ driverของอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรืออยู่ในขั้นทดลองให้พ้ นจากระบบของคุณคุณก็สามารถสั่งให้ Windows XP จัดการปิดบัญชีเรื่องนี้ได้เลย ให้เปิดSystem Properties แล้วคลิกแท็บ Hardware และเลือก Driver Signingที่นี่คุณสามารถสั่งปิดกั้น driver ที่ไม่ได้เรื่องทั้งหมด(หรือจะให้มีข้อความขึ้นเตือนก่อนก็ได้) สั่งให้ป้องกันทั้งระบบหรือไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ระบบคนอื่นๆ มาติดตั้ง driverซี้ซั้วและอาจทำให้คุณตกที่นั่งลำบากได้

6. สำรองพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ไว้ขณะกำลังเขียนแผ่น CD/DVD
หาก คุณสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่เขียนแผ่น CD หรือ DVDพื้นที่ฮาร์ดดิสก์จะลดลงไปเรื่อยๆนั่นหมายความว่าโปรแกรมเขียนแผ่นกำลัง ใช้พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ในการเก็บอิมเมจไฟล์ไว้ตรงไหนสักแห่งในเครื่อง PC ของคุณลองกลับไปดูตัวเลือกของโปรแกรมแล้วปิดคำสั่งเล่นซ่อน หาไฟล์อิมเมจนี้ซะอ้อ! ปกติแล้วมันน่าจะเก็บไฟล์ไว้ที่ My Documents ไม่ก็ Program Files

7. หลีกเลี่ยงปัญหาตอนบูทเครื่อง
หากระบบ ของคุณบูทช้าแบบสุดๆ และคุณก็ไม่ต้องการติดตั้งระบบใหม่งั้นลองฟังก์ชัน Hibernate แทนการปิดเครื่องดูสิคุณสามารถเปิดการใช้งานนี้ได้โดยไปที่ Power Options (ซึ่งอยู่ใน DisplayProperties ของ Screen Saver) จากนั้นเมื่อคุณคลิก Turn Off Computerให้กด [Shift] ค้างไว้แล้วเลือก Stand By เพื่อใช้คำสั่ง Hibernate นี้

8. อยากลบไฟล์งี่เง่าที่ลบยังไงก็ลบไม่ออก
หาก คุณไม่สามารถลบไฟล์ด้วยวิธีธรรมดาๆ แล้ว ให้เปิด Command Promptแล้วเปลี่ยน path ไปให้ถึงที่ที่ไฟล์เจ้าปัญหานั้นอยู่ จากนั้นสั่งปิดexplorer.exe โดยใช้โปรแกรม Task Manager เลือกแท็บ Processes กลับไปที่Command Prompt แล้วพิมพ์ DEL เว้นวรรค ตามด้วยชื่อไฟล์ที่ต้องการลบ NewTask แล้วพิมพ์คำว่า เสร็จแล้วก็เปิด Task Manager คลิกexplorer.exe Fileเพื่อให้หน้าจอเดสก์ท็อปกลับมาเป็นอย่างเดิม

9. ไฟล์ไม่ได้มาตรฐานไสหัวไปให้หมด!!
อะจ๊าก! ค้างอีกแล้ว…มันเกิดอะไรขึ้น?
คุณ ไม่เพียงแค่อยู่ให้ห่างจาก driver ที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเดียวเท่านั้นไฟล์ที่ไม่ได้มาตรฐานก็เป็นอีกสาเหตุ หนึ่งที่ทำให้เก ิดปัญหาได้ไม่แพ้กันเพราะว่าระบบ PC มีการออกแบบที่ดีเยี่ยม (จริงแล้วห่วยสุดๆ )แบบว่าไฟล์ระบบอาจถูกทับโดยการติดตั้งโปรแกรมหรืออุป กรณ์ต่างๆหรือไม่ก็อาจถูกอัพเดทจากโปรแกรมหรือ malware ตัวร้ายได้เสมอดังนั้นคุณอาจต้องสแกนฮาร์ดดิสก์ของคุณแม้ไม่อยากทำเ ลยก็ตาม เพียงคลิกRun แล้วพิมพ์ sigverif โปรแกรม File Signature Verificationก็จะเปิดขึ้นมา ให้คุณคลิก Start เพื่อเริ่มทำงานได้เลยอย่าลืมเตรียมแผ่นติดตั้ง XP ไว้ให้พร้อมด้วยนะ
“หากระบบของคุณบูทช้า และคุณก็ไม่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ ลองฟังก์ชัน Hibernate แทนการปิดเครื่องดูสิ”

10. ไดรฟ์ CD/DVD หายไปไหนแว้ว!?
เพราะ ว่า Windows XP มีเรื่องที่ต้องจดจำเยอะแยะไปหมดฉะนั้น…บางทีเฮียเค้าเลยเกิดอัลไซเมอร์รับ ประทาน ลืมไดรฟ์ CD/DVD ของคุณไปแม้ว่ามันจะเห็นอยู่ทนโท่ใน Device Manager ก็ตาม ในกรณีนี้ให้คุณเปิดRegEdit แล้วไปที่HKEY-LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentConstrolSet\Control\Class \{4D36E965-E325-11CE-EBC1-08002BE10318} แล้วลบค่าใน UpperFilters กับLowerFilters ออกไป จากนั้นรีบูทเครื่อง 1 ครั้งคุณต้องติดตั้งโปรแกรมเขียนแผ่นใหม่ด้วยแหละ…ซวย 2 ชั้นของจริง

11. ไฟล์/โฟลเดอร์นี้…ฉันจอง
ถ้า หากคุณไม่สามารถทำอะไรกับไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยู่ ใน Windows XP ได้เนื่องจากอาจมีใครใช้อยู่ที่ไหนสักแห่งคุณอาจต้องติดป้ายแสดงความเป็น เจ้าของไฟล์/โฟลเดอร์ไว้โดยคลิกขวาที่ไฟล์/โฟลเดอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Properties จากนั้นเลือกSecurity, Advance และ Owner ตามลำดับ ตรงรายชื่อให้คุณเลือก usernameของคุณ (หรือ Administrator ถ้ามี) เสร็จแล้วเลือก Replace owner onsubcontainers and objects

12. ยกเลิกการทำดัชนีไฟล์ (File Index)
หาก คุณไม่ได้มีความจำเป็นเลิศเหมือนพวกปากหอยปากปู และปกติคุณก็ใช้โปรแกรมSearch ในการค้นหาเฉพาะไฟล์เอกสารกับรูปภาพยุคพระเจ้าเหาแค่ นั้นการทำดัชนีไฟล์ดูจะเป็นการใช้ทรัพยากรระบบที่มากเกิน ไปจนทำให้อะไรๆช้าลงไป ถ้าอยากจะปิดมัน…ง่ายมาก เพียงเปิด My Computerคลิกขวาที่ไอคอนฮาร์ดดิสก์ เลือก Properties ให้ดูที่แท็บ Generalแล้วคุณจะเห็นตัวเลือกการทำดัชนีไฟล์ ให้สั่งปิดมันไปเลย…จบ

13. Firewall ที่น่ารำคาญ
หาก Firewall ที่ติดตั้งมากับ Windowsทำให้คุณประสาทเสียและคุณก็ไม่รู้จะปิดมันจาก control Panel ยังไง(เพราะว่าตัวเลือกที่จะปิด มันเป็นสีเทาอยู่น่ะสิ) ให้คุณเปิดหน้าต่าง Runแล้วพิมพ์ net start SharedAccess ไม่ต้องมีเครื่องหมายคำพูดนะและกลับกัน…หากคุณต้องการปิดมันก็ให้พิมพ์ net stop SharedAccess

14. อย่าใช้ Super Prefetch เลยคุณ
ไอ้ ที่เค้าคุยไว้ว่าจะมีฟังก์ชันที่เข้ามาช่วย registryให้สามารถทำงานได้เร็วฟ้าผ่า ด้วยเทคโนโลยี Super Prefetch ที่มีเฉพาะService Pack 2 กับ Windows Vista น่ะ ขี้โม้สุดๆ เลยคุณเพราะแม้ว่าจะปรับ registry ไปแล้ว ระบบของคุณก็ยังทำงานช้าเป็นเต่าอยู่ดีเว้นแต่คุณจะสั่ง defrag ไฟล์ Prefetch ซะก่อน เพียงเปิดหน้าต่าง Runแล้วพิมพ์ defrag c: -b

15. Logon ให้เร็วขึ้น
Autoexec.bat เป็นไฟล์ที่ใช้สั่งให้โปรแกรมทำงานตอนบูทเข้าระบบ Windowsแต่ก็ไม่มีความจำเป็นแล้ว เพราะว่า Windows XPทำงานด้วยขั้นตอนที่ต่างไปจากเดิม อย่างไรก็ตามยังมีหลายโปรแกรมที่ยังมีไฟล์นี้อยู่และบางทีก็อาจทำให้การเข้า ระบบเร็วขึ้นก็ได้ งั้นอย่ารอช้า รีบเปิดRegEdit แล้วไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\WindowsNT\CurrentVersion\Winlogon แล้วสร้างหรือแก้ไขค่าของ ParseAutoexec DWORDให้เป็น 0 จากนั้นรีบูทเครื่องดู

16. ปิดเครื่องแล้วค้าง ทำไงดี?
ถ้า คลิก Shut Down แล้วอีก 20 นาทีต่อมาเครื่องของคุณยังค้างอยู่แถมยังเจอปัญหาว่า Adobe Reader เพี้ยนไปแล้ว ปิดไม่ลงจ้า!!คงน่าหงุดหงิดเหมือนกันนะ แต่ไม่เป็นไร ให้คุณไปจบชีวิตเพี้ยนๆ ของมันที่RegEdit และเข้าไปเปลี่ยนค่าของ HKEY_USERS\DEFAULT\ControlPanel\Desktop\AutoEndTasks ให้เป็น 1 ค่านี้จะทำให้ Windows XPหลับหูหลับตาปิดข้อความแจ้งปัญหาที่จะทำให้ระบบของคุณทำงานช้าลงที่จะเกิด ขึ้นในอนาคตทั้งหมด

17. ปัญหาโปรแกรมไม่เสถียร
ถ้าอยู่ๆ โปรแกรมที่เคยใช้งานดีๆ เกิดดื้อแพ่ง ระเบิดตัวเองหรือค้างแหง่กๆโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นไปได้ว่าไฟล์ .dllของมันเองอาจทำงานไม่เรียบร้อยตอนที่คุณเลิกใช้โปรแก รมนั้นๆ พอนานเข้าก็เลยยิ่งไม่เสถียรหนักขึ้นเรื่อยๆ ว่าแล้วก็เปิด RegEdit แล้วไปที่HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\Curr entVersion\Explorerแล้วสร้างค่า DWORD ที่ชื่อว่า AlwaysUnloadDll ขึ้นมาใหม่แล้วตั้งค่าให้เป็น 1

18. ล้างบางข้อมูลตอนติดตั้งโปรแกรม
เมื่อ เวลาติดตั้งโปรแกรมผิดพลาดและคุณไม่สามารถติดตั ้งใหม่ได้(มักมีอะไรบางอย่างผิดปกติจนทำให้เกิดความผิดพลาดในซ อฟต์แวร์ Java)ดังนั้นคุณจะต้องเอาไฟล์เน่าๆ ที่ค้างอยู่ในเครื่อง PCของคุณตอนติดตั้งครั้งแรกออกไปซะก่อน แต่ถ้าจะมานั่งหาเองคงไม่หมูเพราะไฟล์ส่วนใหญ่จะหลบอยู่ตามหลืบต่างๆ ทางที่ดีควรใช้โปรแกรม WindowsInstaller CleanUp จัดการให้ดีกว่า คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมนี้ได้ที่support.microsoft.com/kb/290301แล้วใช้ มันสแกนหาเศษซากไฟล์ที่เหลืออยู่ติดตั้งเพื่อ ให้คุณลบมันทิ้งไปเอง

19. Defragment สะดุด…ทำไงดี?
ถ้า เกิดโปรแกรม Defragment ที่ติดมากับ Windows ทำงานอืดลงกว่าเมื่อก่อนหรือไม่ยอมทำงานให้คุณเลย อาจเป็นเพราะว่ามี sectorในฮาร์ดดิสก์เสียจนทำให้ระบบหยุดการทำงานก็เป็นได้ ซึ่งโดยปกติแล้วสาเหตุน่าจะมาจากไฟล์สำรองที่โปรแกรมเว็บบราวเซอร์เก ็บไว้ทำ cacheเป็นตัวก่อปัญหามากกว่า วิธีง่ายๆ ที่จะเขี่ยไฟล์เหล่านี้ออกไปก็เพียงแค่ใช้โปรแกรม Chkdsk ก่อนทุกครั้งที่จะใช้โปรแกรม Defragmenterก็เท่านั้น

20. ครั้นจะปิดโปรแกรม Outlook มันช่างยากเย็นกว่าที่คุณคิด…
หาก คุณใช้ Outlook 2003 อยู่ ก็คงเห็นไอคอนโปรแกรมอยู่ตรง system trayและมันก็ยังทำงานไปได้เรื่อยๆ แม้ว่าคุณจะสั่งปิดโปรแกรมไปแล้วก็ตามแบบว่ามันยังตรวจเช็คอีเมลอยู่ แต่ไม่ยอมให้คุณใช้งานมันแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ ให้คุณใช้ Task Managerสั่งจับตายทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Outlook ให้หมด จากนั้นค่อยเปิด Outlookใหม่แล้วคลิก Tools, Options, Other, Advanced Options และเลือก COMAdd-ins ตามลำดับ พวกโปรแกรมเสริมที่เห็นนี้คือโปรแกรมยี่ห้ออื่น (เช่นตัวสแกนไวรัส) และหากโปรแกรมเหล่านี้ยังทำงานอยู่ตอนที่คุณสั่งปิดโปรแกรมไป (แบบว่ายังสแกนอีเมลของคุณอยู่)โปรแกรมนั้นก็จะยังทำงานที่ค้างอยู่ต่อไป ดังนั้นให้คุณยกเลิกการใช้Add-ins นี้ทีละอันจนกว่าคุณจะเจอว่าโปรแกรมไหนที่สร้างปัญหา ให้คุณ

Direct Download Games

ผู้ติดตาม

ขับเคลื่อนโดย Blogger.